Little green bear's Blog

Travel, Life, Handmade

Gettysburg National Military Park and Museum, Pennsylvania

บน กันยายน 26, 2010

 

 

 

ต่อจากเมื่อวาน

เช้าวันรุ่งขึ้นเราขับรถมุ่งเข้าสู่เมือง Gettysburg รัฐเพนซิลวาเนีย เมืองนี้เคยเป็นสนามรบอันดุเดือดในสงครามกลางเมือง ที่ทหารฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ต่างสูญเสียเลือดเนื้อมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การสร้างชาติอเมริกา (อ่านบทความสั้นๆ กินใจ เกี่ยวกับสงครามครั้งนี้ โดย วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ )

สงครามกลางเมืองสหรัฐอเมริกา เป็นการสู้รบของคนอเมริกันโดยแบ่งเป็นฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้

ฝ่ายใต้ หรือ สมาพันธรัฐแห่งอเมริกา (The Confederate States of America) มี 11 รัฐ นำโดย คาโรไลนาใต้ มิสซิสซิปปี้ ฟลอริดา อะลาบามา จอร์เจีย หลุยส์เซียนา เท็กซัส เวอร์จิเนีย อะคันซอ เทนเนสซี และคาโรไลนาเหนือ โดยมี เจฟเฟอร์สัน เดวิส (Jefferson Davis) เป็นประธานาธิบดี และมีเมืองริชมอนด์ (Richmond) ในเวอร์จิเนียเป็นเมืองหลวง

ฝ่ายเหนือ หรือฝ่ายรัฐบาลกลาง หรือฝ่ายสหรัฐอเมริกา (The United State of America) ประกอบด้วย 24 รัฐ มีอับราฮัม ลินคอล์น (Abraham Lincoln) เป็นประธานาธิบดี มีเมืองหลวงคือ วอชิงตัน ดี.ซี. (Washington D.C.) ในรัฐแมรีแลนด์

สงครามเปิดฉากขึ้นในวันที่ 12 เมษายน ค.ศ. 1861 

สิ้นสุดลงในวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 1865 รวมระยะเวลาการสู้รบสี่ปีเต็ม 

 ชนวนเหตุของสงครามครั้งนี้การเลิกทาสไม่ได้เป็นสาเหตุหลัก แต่เรื่องทาสมีส่วนสอดแทรกอยู่ในเกือบทุกสาเหตุอันนำไปสู่สงครามกลางเมือง การเลิกทาสเป็นผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นก่อนการยุติสงครามกลางเมือง แต่สาเหตุที่แท้จริงของการเกิดสงครามกลางเมืองอเมริกา นักประวัติศาสตร์อเมริกันให้คำตอบแตกต่างหลากหลายกันออกไป แต่พอจะสรุปอย่างกว้างๆ ได้ว่า สงครามกลางเมืองครั้งนี้เกิดขึ้นมาจากความขัดแย้งของคนอเมริกันในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและแนวความคิด และความรู้สึกในลัทธิชาตินิยม

 

Historic Downtown Gettysburg.

 

 

เราเริ่มต้นกันที่ดาวทาวน์เมือง Gettysburg ก่อนจะไปชมพิพิธภัณฑ์ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสนามรบเก่า

 

ตึกรามบ้านช่องบริเวณดาวทาวน์

 

อากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝน ถ่ายรูปออกมาเลยหม่นๆ

ภาพด้านล่าง ตึกที่มีหน้าต่างสีเขียวหลายๆ บานนั่นคือโรงแรมเก่าแก่ สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ. 1797  

  

 

ตรงวงเวียนกลางเมือง ริมถนนด้านหนึ่งมีรูปปั้นลินคอล์น เหมือนกำลังบอกทางนักท่องเที่ยว ^_^

  

 

เหตุผลที่ว่าทำไมเมือง Gettysburg จึงมีเรื่องราวเกี่ยวกับลินคอล์นมากมาย นอกเหนือจากการเป็นประธานาธิบดีในช่วงสงครามกลางเมืองแล้ว ในวันที่ 19 พฤศจิกายน ค.ศ. 1863 ลินคอล์นนั่งรถไฟมาลงที่เมือง Gettysburg เพื่อกล่าวคำอุทิศหรือที่รู้จักกันในนาม “The Gettysburg Address” ระลึกถึงเหล่าทหารหาญที่เสียสละพลีชีพ ก่อเกิดเสรีภาพครั้งใหม่ในแผ่นดินอเมริกา (new birth of freedom)

 

The  Gettysburg Train Station สถานที่ซึ่ง อับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีผู้มีชื่อเสียงเคยมาเยือน 

  

 

David Will’s house บ้านที่ลินคอล์นอาศัยนอนในคืนก่อนจะกล่าว “The Gettysburg Address”

 

 

 

มาดูในส่วนของ Gettysburg National Military Park and Museum

เราเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะมีทั้งในส่วนของการจัดแสดงรูปภาพ รูปปั้นลินคอล์น เครื่องใช้ไม้สอยของทหารในยามสงคราม

จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์นี้อยู่ที่ห้องแสดงภาพวาดประกอบแสง สี เสียง

แสดงการต่อสู้ของทหารฝ่ายเหนือกับฝ่ายใต้ในสนามรบเกททิสเบิร์ก ระหว่างวันที่ 1-3 มิถุนายน 1863

ก่อนที่ฝ่ายใต้จะปราชัยท่ามกลางความบาดเจ็บ สูญหาย และล้มตายของทหารทั้งสองฝ่ายกว่า 40,000 คน

(อ่านเรื่องราวการสู้รบในสงครามครั้งนี้อย่างละเอียด ได้ที่ Blog คุณพิรัส จันทรเวคิน)

 

 

วิธีการจัดแสดงภาพวาดคือ ให้ศิลปินวาดภาพบนผนังห้องซึ่งออกแบบเป็นทรงกลม ผู้รับชมจะได้ฟังเรื่องราวโดยย่อสรุปเหตุการณ์ 3 วันแห่งการสู้รบอันดุเดือดในสมรภูมิ Gettysburg ซึ่งจะมีเสียงปืน ม้าร้อง ไฟไหม้ จุดใดมีการระดมยิงก็จะเห็นแสงไฟจากปลายกระบอกปืนตรงโน้นตรงนี้

 

 

 

 

สองฝ่ายเข้าห้ำหั่นชิงชัย

 

 

 จากห้องจัดแสดงแสง สี เสียง ลงมาด้านล่าง มีเรื่องราวอธิบายที่มาของภาพวาดทั้งหมด ซึ่งต้นแบบภาพมาจากภาพถ่ายและจากภาพลายเส้นในสนามรบจริงๆ

 

 

 ด้านล่างส่วนหนึ่ง จัดแสดงวิธีการสร้างรูปปั้นประธานาธิบดีลินคอล์น

 

 

มีหลายอิริยาบถ

 

 

 ห้องทำงานของศิลปินผู้สร้างรูปปั้นลินคอล์น

 

  

 ส่วนแสดงภาพวาด เมือง Gettysburg เมื่อปี ค.ศ. 1863

 

 ภาพด้านล่างนี้แสดงอยู่ที่มุมหนึ่ง เป็นภาพถ่ายรูปปั้นหินอ่อนที่มีชื่อเสียงของ ลินคอล์น โดยที่ด้านหน้ารูปปั้นมีชายผิวดำกำลังทำความสะอาดพื้น

 เราไม่รู้ว่าผู้ตั้งใจถ่ายภาพนี้ หรือการนำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ต้องการบอกอะไรกับผู้ชม แต่สำหรับเราแล้วมันชวนคิดให้ปวดหัวดีแท้

หากผลพลอยได้ของสงครามกลางเมืองคือการยกเลิกระบบทาส ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนผิวดำจากแอฟริกา อับราฮัม ลินคอล์น จึงเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของผู้เริ่มต้นทำให้แผ่นดินอเมริกามีเสรีภาพอย่างแท้จริง และเป็นที่ยอมรับของคนผิวดำ จากวันนั้นถึงวันนี้เวลากาลล่วงเลยมานับร้อยกว่าปี แต่ชีวิตของชาวแอฟริกัน-อเมริกันส่วนหนึ่ง ยังคงถูกผูกติดอยู่กับความยากจน การศึกษาน้อย ฯลฯ ประหนึ่งว่าท้ายที่สุดแล้ว คนขาวยังคงผูกขาดเสรีภาพทางเศรษฐกิจและอำนาจส่วนใหญ่ของสังคมนี้อยู่ดี..

หรือจะมองว่า..เสรีภาพและความยิ่งใหญ่ของแผ่นดินอเมริกาทุกวันนี้ ส่วนหนึ่งมาจากหยาดเหงื่อแรงงานและคราบน้ำตาของคนผิวสี ซึ่งหมายรวมถึงชนพื้นเมืองอินเดียนแดง

หรือ..เราคิดมากไป เพราะสังคมอเมริกันกำลัง “เปลี่ยน” อย่างที่ โอบามา สัญญาไว้ ?

 

 

 ส่งท้ายกันด้วยภาพนี้ คุณตากำลังขมีขมันกวาดพื้น เจอรอยสกปรกนิดหนึ่งก็นั่งลงตั้งใจเช็ดๆ ให้สะอาดเอี่ยมอ่อง

เราสังเกตว่าพิพิธภัณฑ์หลายแห่งที่เราเคยไปเยี่ยมชมตามเมืองเล็กเมืองน้อย ส่วนใหญ่เขาจะสนับสนุนให้โอกาสผู้สูงอายุมาทำงานอาสาตามความถนัด ใข้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีประโยชน์และมีความสุข ต่อไปเราคงเห็นภาพอย่างนี้มากขึ้นในบ้านเมืองไทยของเราบ้าง เพราะสังคมไทยก็กำลังก้าวเข้าสู่สังคมที่มีผู้สูงอายุมากขึ้นทุกวัน นอกจากสถาบันครอบครัวที่เป็นกำลังหลักในการพัฒนาคุณภาพของคนในสังคมแล้ว การที่ท้องถิ่นลุกขึ้นมาปรับโครงสร้างบางอย่างรองรับความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ทางสังคมบ้าง บ้านเมืองเราคงอยู่กันอย่างสันติมากขึ้นเมื่อผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจ

 

 

วันพรุ่งนี้เราจะไปหมู่บ้านโบราณ เป็นสถานที่สุดท้ายก่อนจบทริปนี้

 

หมีเดินทาง

ลมว่าว ลมหนาว ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี ปลายกันยา ’53

….

หมายเหตุ : ขอบคุณสาระดีๆประกอบเรื่องราว จากพี่จอบ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ และ คุณพิรัส จันทรเวคิน

…..

 

 

Advertisements

8 responses to “Gettysburg National Military Park and Museum, Pennsylvania

  1. อ้อม พูดว่า:

    ปล. ชอบรูปถ่ายที่คนดำถูพื้นหน้ารูปปั้นลินคอล์นจัง ดูแล้วให้ได้คิดหลายอย่างอย่างปูว่านะเนี่ย

  2. อ้อม พูดว่า:

    อ่านแล้วสงสัยนี่จะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่จะเพิ่มไปในลิสต์ทัวร์อเมริกาของเราสองคนในอนาคต อิอิ…
    นิยายกับหนังโรแมนติคเรื่อง Gone with the wind ก็มีฉากหลังเป็นสงครามกลางเมือง ดูมานานมากๆแล้วจนจำรายละเอียดไม่ได้แล้วล่ะ จริงๆอ้อมชอบเรื่องราวประวัติศาสตร์มากๆนะ แต่ตอนเรียนส่วนใหญ่มักจะเลือกเรียนของฟากยุโรปมากกว่า แทบจะไม่ได้เลือกอะไรเกี่ยวกับอเมริกาเลย

  3. พิรัส จันทรเวคิน พูดว่า:

    แนะนำมินิซีรียสืเรื่อง Into the West ครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับอินเดียนที่ถูกรังแกโดยพวกคนขาว ไล่มาเป็น Generation ๆ ผมเองไปโหลดมาและดูจบไปรอบนึงแล้ว เนื้อหากินใจมาก ดูแล้วทำให้เข้าใจประวัติศาสตร์ในส่วนที่ดำมืดของอเมริกาได้ดียิ่งขึ้น

  4. พิรัส จันทรเวคิน พูดว่า:

    สหรัฐอเมริกาสร้างฐานะของตนเองขึ้นมาจากการไปบุกรุกพื้นที่แย่งชิงของพวกอินเดียนเผ่าต่างๆ หรือที่เรียกรวมกันว่า The Buffalo Nations อย่างควายป่าไบซันที่เป็นสัตว์พื้นเมืองที่หล่อเลี้ยงชีวิตของพวกอินเดียนนี่ เมื่อก่อนโน้นมีประมาณ 30 ล้านตัว พอวางรางรถไฟเสร็จ แล้วพวกคนขาวอพยพเข้าไป ก็มีการล่ากันอย่างเป็นล่ำเป็นสันจนแทบจะสูญพันธ์ ทำให้พวกอินเดียนต้องอดอยาก เพราะว่าไม่มีควายไบซันจะให้ล่า ก็เลยต้องไปล่าเอาฝูงปศุสัตว์ของพวกคนขาวที่บุกรุกเข้าไปทำฟาร์มในพื้นที่ของพวกอินเดียน จนถูกเค้าไล่ล่ากลับมา สุดท้ายไม่มีที่จะอยู่ เพราะว่า Indian Territory ก็เปิดให้ชาวบ้านจับจองจนกลายมาเป็นรัฐโอ๊คลาโฮมา คนพวกนี้ก็เลยต้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่ Reservation ที่ทางการจัดไว้ให้ วัฒนธรรมเดิมของตนก็แทบจะสูญสลายเพราะความพยายามกลืนชาติของรัฐบาลในยุคก่อนๆ หนำซ้ำการศึกษาก็ไม่มี เพราะถูกปิดกั้นทางสังคม ก็เลยต้องหันไปทำอาชีพเปิดคาสิโน ส่วนเรื่องของคนดำนี่ก็คงจะทราบๆกันอยู่ว่า ประเทศแห่งเสรีภาพประเทศนี้ร่ำรวยขึ้นมาจากการใช้แรงงานทาสผิวดำ

    • little green bear พูดว่า:

      เห็นด้วยค่ะ เมื่อวานเพิ่งดูหนัง Hidalgo พูดถึงปมของตัวเอกที่เห็นการฆาตกรรมหมู่ชาวอินเดียนแดงที่ Wounded Knee Creek พอหาข้อมูลต่อก็เลยได้อ่านอะไรมากขึ้นเกี่ยวกับการกระทำของคนขาวต่อชาวอินเดียนแดง เศร้าใจค่ะ ประวัติศาสตร์การสร้างรัฐชาติของมนุษย์นั้น พอจะมีสักแห่งในโลกไหมที่ไม่ต้องแลกมาด้วยคราบเลือด ชีวิต และความตาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: